You are here
ปัญหายาเสพติด ไม่ได้จัดประเภท 

ปัญหายาเสพติด กับ สงครามยาเสพติด ที่ไม่ได้ผล

ปัญหายาเสพติด เคยถูกพูดคุยในการประชุมสำนักงานเลขาวุฒิสภา 3 มิ.ย. 2554 เพราะยาเสพติดอันตรายที่ลักลอบนำเข้า จากต่างประเทศมีหลายชนิด เช่น เฮโรอีน ยาบ้า ยาอี เป็นต้น การปราบปรามยาเสพติดโดยเน้นที่การจับกุมการอย่างเข้มงวดและจริงจังไม่ได้ทำให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดลดลงเลยแต่กลับทำให้ผู้ผลิตได้พัฒนายาเสพติดให้ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้นและการตรวจพบสารเสพติดในตัวผู้เสพได้ยากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่จับกุมได้ยากยิ่งขึ้นทำให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไม่สัมฤทธิ์ผลซึ่งกลายเป็นปัญหาต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่นับจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจากสถิติพบว่า ผู้ติดยาเสพติดอันตรายจำนวนมากจะเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรข้ามชาติและปัญหาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย หากช้าจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างรุนแรงจนไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะปัญหายาเสพติดมิใช่เรื่องที่จะสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้อีกต่อไป แต่กลับจะเป็นปัญหาระดับชาติที่ลุกลามอย่างไม่จบสิ้น ดังนั้น จึงเห็นสมควรที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้บรรลุผลอย่างจริงจัง

สงครามยาเสพติด มีปัญหาในทางปฏิบัติดังนี้

สงครามยาเสพติด ที่เราถูกสอนมาเป็นแนวทางที่ผิด

มุ่งเน้นด้านการปราบปรามยาเสพติดมากกว่าการป้องกันโดยมองว่า ปัญหายาเสพติด เป็นเรื่องของอาชญากรรมที่ต้องใช้มาตรการ สงครามยาเสพติด นำกล่าวคือ หากสามารถปราบปรามจับกุมผู้ค้าได้ปัญหาก็จะหมดไป ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะตราบใดที่คนซื้อยังมีอยู่และเพิ่มขึ้นตราบนั้นย่อมจะมีผู้ขายอยู่เสมอ

นอกจากนี้ กลไกด้านการปราบปรามเองก็ยังไม่เอื้ออำนวยทั้งด้านปริมาณและคุณภาพที่จะให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคน เงิน หรืออุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้

การแก้ ปัญหายาเสพติด ต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและประชาชน

ที่ผ่านมานั้นจะมุ่งเน้นให้ราชการเป็นผู้ลงไปดำเนินการเป็นหลักโดยมีประชาชนเป็นเป้าหมายในการดำเนินการมิใช่เป็นผู้มีส่วนร่วม มีการสั่งการจากระดับบนลงล่าง แต่ละหน่วยงานมีงบประมาณของตนเองในการดำเนินงานและไม่มีการประสานงาน ทำให้ขาดเอกภาพต่างคนต่างทำ เกิดความซ้ำซ้อนและประชาชนไม่เกิดความรู้สึกร่วมในกิจกรรมการแก้ไขปัญหา ไม่เกิดความรับผิดชอบและความผูกพันกับการแก้ไขปัญหา
เห็นว่าการแก้ไขปัญหาเป็นหน้าที่ของรัฐไม่ใช่ของตนเองหรือของชุมชนที่จะต้องเข้าไปรับผิดชอบ

ปัญหายาเสพติด ถูกมองเป็นลักษณะแยกส่วน

ทั้งด้านการป้องกัน การปราบปรามการบำบัดรักษาและฟื้นฟู โดยแต่ละเรื่องก็มอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการเองตามงบประมาณที่ได้รับไม่มองและพิจารณาปัญหาในแบบองค์รวม ไม่มีการบูรณาการ การแก้ปัญหาจึงไม่ครบวงจรซึ่งทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จ

ที่มา : การประชุมสำนักงานเลขาวุฒิสภา 3 มิ.ย. 2554
 http://www.senate.go.th/senate/report_detail.php?report_id=17
อ่านต่อ:แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดใหม่จาก UN

Facebook Comments

Related posts

Leave a Comment